
สรุปสาระสำคัญ
- สูตรราคา CIF: ราคาสินค้า (Cost/FOB) + ค่าประกันภัย (Insurance) + ค่าระวางขนส่ง (Freight)
- กรณีไม่มีกรมธรรม์ประกันภัยจริง: กรมศุลกากรใช้อัตราค่าประกันภัย 1% ของราคา FOB (ส่วนกรณีไม่มีใบเสร็จค่าระวาง Freight จะใช้อัตราค่าระวางเฉลี่ยตามที่กรมศุลกากรกำหนด เช่น 10% ของราคา FOB สำหรับทางเรือ หรือตามอัตราโซนการบินสำหรับทางอากาศ)
- สูตรคำนวณ VAT 7%: คำนวณจาก (ราคา CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต/ภาษีอื่นถ้ามี) คูณ 7%
1. โครงสร้างราคา CIF และการคำนวณค่าประกันภัยทางทะเล
ตามกฎกระทรวงและประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการกำหนดราคาศุลกากร ราคาของที่นำเข้าเพื่อใช้คำนวณอากรขาเข้าต้องรวมค่าประกันภัยและค่าระวางขนส่งจนถึงด่านศุลกากรที่นำเข้า:
- กรณีซื้อประกันภัยการขนส่งสินค้าจริง (Marine Cargo Insurance): ให้ใช้ค่าเบี้ยประกันภัยตามที่จ่ายจริงตามใบเสร็จรับเงินหรือกรมธรรม์ประกันภัย (ซึ่งโดยทั่วไปเบี้ยประกันภัยทางทะเลมีอัตราเพียงประมาณ 0.1%–0.35% ของมูลค่าสินค้า ทำให้ฐานภาษี CIF ต่ำกว่าการให้ศุลกากรคิด 1% และได้รับความคุ้มครองความเสียหายของสินค้าด้วย)
- กรณีไม่ได้ซื้อประกันภัยการขนส่ง: กรมศุลกากรจะคำนวณค่าประกันภัยในอัตราร้อยละ 1 (1%) ของราคา FOB
2. ขั้นตอนและสูตรการคำนวณภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่มีภาษีสรรพสามิต:
- ขั้นที่ 1 คำนวณราคา CIF (บาท): แปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนของกรมศุลกากรในงวดที่นำเข้า
- ขั้นที่ 2 คำนวณอากรขาเข้า:
อากรขาเข้า = ราคา CIF × อัตราอากรขาเข้าตามพิกัดศุลกากร (%) - ขั้นที่ 3 คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%):
ภาษีมูลค่าเพิ่ม = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) × 7% - ขั้นที่ 4 รวมภาษีอากรที่ต้องชำระทั้งหมด:
อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที3. ความสำคัญของ Marine Insurance ต่อความเสี่ยง General Average ทางเรือ
นอกจากผลด้านฐานภาษี CIF แล้ว การทำประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo Insurance ประเภท Institute Cargo Clauses A/B/C) ยังช่วยคุ้มครองผู้นำเข้าจากความรับผิดในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปทางทะเล (General Average) ในกรณีที่เรือเดินสมุทรเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินและสายเรือเรียกเก็บเงินค้ำประกันจากเจ้าของสินค้าทุกตู้บนเรือ
อ้างอิงข้อมูลทางการจาก: กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร กรมศุลกากร (customs.go.th)
ต้องการคำปรึกษาด้านเอกสารนำเข้า-ส่งออกและพิธีการศุลกากร?
Logistics No Limit (LNL) ให้บริการตัวแทนออกของดำเนินพิธีการศุลกากร ประสานงานใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกผ่านระบบ NSW และบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (ทางบก ทางเรือ ทางอากาศ)
ดูโครงสร้างต้นทุนการขนส่งและบริการศุลกากรราคา CIF คือฐานราคาศุลกากรสำหรับคำนวณอากรขาเข้าของประเทศไทย ประกอบด้วย ต้นทุนสินค้า (Cost) + ค่าประกันภัยการขนส่ง (Insurance) + ค่าระวางบรรทุก (Freight) จนถึงด่านศุลกากรที่นำของเข้า ทั้งนี้ หากผู้นำเข้าซื้อขายในเทอม FOB หรือ CFR โดยไม่ได้ซื้อประกันภัยการขนส่งจริง กรมศุลกากรจะคิดค่าประกันภัยตามอัตราที่กำหนดคือร้อยละ 1 (1%) ของราคา FOB เพื่อนำมารวมเป็นฐานราคา CIF
คำถามที่พบบ่อย
ถาม:ราคา CIF คืออะไร?
ตอบ:ราคา CIF ย่อมาจาก Cost (ต้นทุนราคาสินค้า), Insurance (ค่าประกันภัยการขนส่ง) และ Freight (ค่าระวางขนส่ง) ซึ่งเป็นฐานราคาศุลกากรที่ใช้คำนวณอากรขาเข้าของประเทศไทย
ถาม:ถ้านำเข้าเทอม FOB แล้วไม่ได้ซื้อประกันภัย ศุลกากรคิดค่าประกันภัยอย่างไร?
ตอบ:กรมศุลกากรจะคิดค่าประกันภัยตามอัตราที่กรมศุลกากรกำหนด คือร้อยละ 1 (1%) ของราคา FOB เพื่อนำมาบวกรวมเป็นราคา CIF
ถาม:ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของสินค้านำเข้าคิดจากยอดไหน?
ตอบ:คิดจากยอดรวมของ (ราคา CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิตและภาษีอื่นถ้ามี) แล้วคูณด้วย 7%


