
สรุปสาระสำคัญ
- RVC ย่อมาจาก Regional Value Content: คำนวณจากราคาส่งออก FOB หักด้วยมูลค่าวัตถุดิบนำเข้าจากนอกภูมิภาค (VNM) หารด้วยราคา FOB คูณ 100 โดยเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ RVC ≥ 40%
- CTH ย่อมาจาก Change in Tariff Heading: กระบวนการผลิตในประเทศสมาชิกทำให้พิกัดศุลกากร HS Code 4 หลักแรกของสินค้าสำเร็จรูปเปลี่ยนไปจากพิกัดของวัตถุดิบนำเข้า
- Form E / Form AK / Form AJ: ใช้ลดหรือยกเว้นอากรขาเข้าภายใต้กรอบความตกลง ACFTA (จีน), AKFTA (เกาหลีใต้) และ AJCEP (ญี่ปุ่น) ตามลำดับ
- เกณฑ์การขนส่งตรง (Direct Consignment): หากแวะถ่ายลำผ่านประเทศที่สาม ต้องมีเอกสารยืนยันว่าสินค้าไม่ได้ผ่านการแปรรูปเพิ่มเติม (Non-Manipulation Certificate หรือ Through Bill of Lading ตามประกาศกรมศุลกากร)
1. สูตรการคำนวณ RVC และความหมายของ CTH
ตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศและประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยกฎถิ่นกำเนิดสินค้า การคำนวณ RVC นิยมใช้วิธีทางอ้อม (Indirect / Build-Down Method) ดังนี้:
RVC (%) = [ (ราคา FOB − มูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิด VNM) ÷ ราคา FOB ] × 100
ส่วน CTH (Change in Tariff Heading) หมายถึง วัตถุดิบที่นำเข้าจากนอกภาคีทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปจนทำให้รหัสพิกัดศุลกากร 4 หลักแรก (Heading) ของสินค้าสำเร็จรูปแตกต่างไปจากรหัส 4 หลักของวัตถุดิบตั้งต้น
2. เปรียบเทียบหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E, Form AK และ Form AJ
- Form E (ASEAN-China FTA - ACFTA): ใช้สำหรับสินค้านำเข้า-ส่งออกระหว่างอาเซียนและจีน กรณีซื้อขายผ่านตัวแทนในประเทศที่สาม (เช่น สิงคโปร์ หรือฮ่องกง) ต้องติ๊กช่อง Third Party Invoicing ในช่องที่ 13 ของ Form E และระบุชื่อบริษัทผู้ออก Invoice ในช่องที่ 7 ให้ครบถ้วน
- Form AK (ASEAN-Korea FTA - AKFTA): ใช้สำหรับสินค้าระหว่างอาเซียนและเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่ใช้เกณฑ์ทางเลือก (Co-equal Rule) คือเลือกใช้ RVC 40% หรือ CTH ได้ตามที่กำหนดใน Product Specific Rules (PSR)
- Form AJ (ASEAN-Japan CEP - AJCEP): ใช้สำหรับสินค้าระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น ช่วยให้ผู้นำเข้า-ส่งออกสามารถสะสมถิ่นกำเนิดสินค้า (Cumulation) ทั้งในอาเซียนและญี่ปุ่นรวมกันได้
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที3. ข้อควรระวังในการสำแดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าต่อกรมศุลกากร
ก่อนยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อขอใช้สิทธิลดอัตราอากร ผู้นำเข้าควรตรวจสอบความถูกต้องของพิกัดศุลกากร (HS Code ฉบับปัจจุบัน) รายละเอียดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก และเครื่องหมายการค้าในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้ตรงกับ Commercial Invoice และใบตราส่งสินค้า (B/L หรือ AWB) รวมถึงตรวจสอบหลักฐานการขนส่งตรง (Direct Consignment) กรณีเรือแวะเปลี่ยนลำที่ท่าเรือประเทศที่สาม
อ้างอิงข้อมูลทางการจาก: กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ (dft.go.th) และ กองพิกัดอัตราศุลกากร กรมศุลกากร (customs.go.th)
ต้องการคำปรึกษาเรื่องการยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและพิธีการนำเข้า?
Logistics No Limit (LNL) ให้บริการประสานงานยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E, Form D, Form AK, Form AJ, C/O ทั่วไป) และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนยื่นใบขนสินค้าศุลกากร
ดูบริการด้านเอกสาร Form E & พิธีการศุลกากรRVC (Regional Value Content) คือสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ผลิตในประเทศสมาชิกความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งโดยทั่วไปต้องมีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคา FOB ส่วน CTH (Change in Tariff Heading) คือเกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับเลข 4 หลัก (Heading) จากวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดมาเป็นสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เช่น Form E (อาเซียน-จีน), Form AK (อาเซียน-เกาหลี) และ Form AJ (อาเซียน-ญี่ปุ่น)
คำถามที่พบบ่อย
ถาม:RVC คืออะไร และย่อมาจากอะไร?
ตอบ:RVC ย่อมาจาก Regional Value Content หมายถึง สัดส่วนมูลค่าเนื้อหาในภูมิภาค ซึ่งเป็นเกณฑ์วัดมูลค่าของวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นภายในประเทศสมาชิก FTA เทียบกับราคาส่งออก FOB โดยทั่วไปต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40
ถาม:CTH คืออะไรในกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า?
ตอบ:CTH ย่อมาจาก Change in Tariff Heading หมายถึง เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรในระดับ 4 หลัก จากวัตถุดิบที่นำเข้าจากนอกภูมิภาคมาเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่ส่งออก
ถาม:Form AK และ Form AJ ใช้กับประเทศอะไร?
ตอบ:Form AK เป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ (AKFTA) ส่วน Form AJ ใช้ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP)


