WeChat Share
LNL Logistics No Limit Co., Ltd.
กลับไปยังบล็อกทั้งหมด

Advance Ruling คืออะไร? ขั้นตอนการขอวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากร ถิ่นกำเนิด และราคาศุลกากรล่วงหน้า

เขียนโดยกองบรรณาธิการวิชาการศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ
คลังความรู้โลจิสติกส์และศุลกากร
บทความผู้เชี่ยวชาญ
Advance Ruling คืออะไร? ขั้นตอนการขอวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากร ถิ่นกำเนิด และราคาศุลกากรล่วงหน้า

สรุปสาระสำคัญ

  • 3 ประเภทของการวินิจฉัยล่วงหน้า: พิกัดอัตราศุลกากร (มาตรา 19), ราคาศุลกากร (มาตรา 39) และถิ่นกำเนิดสินค้า (มาตรา 42)
  • ระยะเวลายื่นคำขอ: ต้องยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่คาดว่าจะนำของเข้า
  • อัตราค่าธรรมเนียมราชการ: คำขอละ 2,000 บาท (ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร)

1. ประเภทของการขอวินิจฉัยล่วงหน้า ทั้ง 3 ด้าน

ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ผู้นำเข้าสามารถยื่นคำขอต่อหน่วยงานเฉพาะทางของกรมศุลกากรได้ 3 ด้าน:

  • การวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า (มาตรา 19): ยื่นต่อกองพิกัดอัตราศุลกากร (Customs Tariff Bureau) เพื่อกำหนดรหัส HS Code ที่ถูกต้องชัดเจนสำหรับสินค้าที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค
  • การวินิจฉัยราคาศุลกากรล่วงหน้า (มาตรา 39): ยื่นต่อกองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การประเมินราคา เช่น ค่าสิทธิ (Royalty Fee), ค่านายหน้า หรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (Transfer Pricing)
  • การวินิจฉัยถิ่นกำเนิดสินค้าล่วงหน้า (มาตรา 42): ยื่นต่อกองพิกัดอัตราศุลกากร เพื่อยืนยันว่าสินค้ามีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าหรือไม่

2. เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาการพิจารณา

ผู้ยื่นคำขอต้องส่งแบบคำขอตามที่กรมศุลกากรกำหนด พร้อมตัวอย่างสินค้า (ถ้ามี) แคตตาล็อก รายละเอียดส่วนประกอบ กระบวนการผลิต หรือสัญญาซื้อขาย โดยเมื่อกรมศุลกากรได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว จะมีระยะเวลาพิจารณาแจ้งผลโดยทั่วไปภายใน 30–60 วันทำการตามประเภทคำขอ และผลคำวินิจฉัยล่วงหน้ามีอายุบังคับใช้ตามที่ระบุในประกาศกรมศุลกากร (เช่น 2 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือแจ้งผล ตราบเท่าที่ข้อเท็จจริงและกฎหมายยังไม่เปลี่ยนแปลง)

ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!

เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที

3. ประโยชน์ของการทำ Advance Ruling ต่อผู้นำเข้า

หนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโต้แย้งพิกัดหรือราคาศุลกากรที่ด่านนำเข้า ช่วยให้คำนวณต้นทุนภาษีนำเข้าได้อย่างแม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลังในขั้นตอน Post-Clearance Audit (PCA)

อ้างอิงข้อมูลทางการจาก: พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (มาตรา 19, 39, 42) และ กองพิกัดอัตราศุลกากร กรมศุลกากร (customs.go.th)

ต้องการคำปรึกษาด้านเอกสารนำเข้า-ส่งออกและพิธีการศุลกากร?

Logistics No Limit (LNL) ให้บริการตัวแทนออกของดำเนินพิธีการศุลกากร ประสานงานใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกผ่านระบบ NSW และบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (ทางบก ทางเรือ ทางอากาศ)

ดูบริการให้คำปรึกษาพิกัดศุลกากรและตัวแทนออกของ
DIRECT ANSWER

Advance Ruling (การวินิจฉัยล่วงหน้า) คือบริการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (มาตรา 19, 39 และ 42) ที่เปิดให้ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกยื่นคำขอให้กรมศุลกากรออกหนังสือวินิจฉัยล่วงหน้าอย่างเป็นทางการใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) พิกัดอัตราศุลกากร 2) ถิ่นกำเนิดสินค้า และ 3) ราคาศุลกากร ก่อนการนำของเข้าจริง โดยมีผลผูกพันกรมศุลกากรและผู้ยื่นคำขอตามระยะเวลาที่กำหนด

คำถามที่พบบ่อย

ถาม:Advance Ruling คืออะไร?

ตอบ:Advance Ruling คือการยื่นคำขอให้กรมศุลกากรออกหนังสือวินิจฉัยล่วงหน้าเกี่ยวกับพิกัดอัตราศุลกากร ราคาศุลกากร หรือถิ่นกำเนิดสินค้า ก่อนที่จะนำเข้าสินค้าจริง

ถาม:ค่าธรรมเนียมการขอ Advance Ruling กับกรมศุลกากรเท่าไหร่?

ตอบ:มีอัตราค่าธรรมเนียมราชการคำขอละ 2,000 บาท ตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

ถาม:นำเข้าสินค้ามาแล้วถึงท่าเรือ สามารถยื่นขอ Advance Ruling ได้หรือไม่?

ตอบ:ไม่ได้ การขอวินิจฉัยล่วงหน้า (Advance Ruling) ต้องยื่นก่อนการนำของเข้า (ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันนำเข้า) หากสินค้านำเข้ามาถึงด่านแล้วจะเป็นขั้นตอนการพิจารณาพิกัดหรือราคาในชั้นพิธีการปกติ

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจ

LNL LNL LOGISTICS NO LIMIT
LNL
LNL
LOGISTICS NO LIMIT LNL LNL
OFFICIAL OA
แอด LINE ปรึกษาทันที @lnl.logistics