
สรุปประเด็นสำคัญ
- ความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้า: หากผู้ซื้อผู้ขายเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีหน้าที่ต้องทำเครื่องหมายในใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อสำแดงความสัมพันธ์
- Arm's Length Principle: ราคาที่ทำธุรกรรมต้องเป็นราคาเสมือนซื้อขายกับบุคคลภายนอกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
- ความขัดแย้งของสองหน่วยงาน: กรมสรรพากรต้องการให้ราคาโอนไม่ต่ำเกินไป (เพื่อเก็บภาษีเงินได้) ส่วนกรมศุลกากรต้องการไม่ให้ราคาต่ำเกินไป (เพื่อเก็บอากรนำเข้า) บริษัทจึงต้องปรับสมดุลราคาให้สอดคล้องกัน
- วิธีการตรวจสอบราคาธุรกรรม: ผู้นำเข้าต้องจัดทำเอกสารวิเคราะห์ราคาโอน (Transfer Pricing Documentation) เพื่อพร้อมชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่
มาตรา 9 กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (Related Parties)
ภายใต้กฎการประเมินราคาศุลกากรแกตต์ (GATT Valuation) ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในลักษณะของบริษัทในเครือเดียวกัน (เช่น บริษัทแม่และบริษัทลูก หรือบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นร่วมกันเกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด) ไม่ได้เป็นเหตุให้ราคาธุรกรรมถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ แต่ผู้นำเข้าจะต้องแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่มีผลต่อราคาซื้อขายจริง โดยราคาดังกล่าวตั้งอยู่บนบรรทัดฐานทางการค้าปกติของอุตสาหกรรมนั้นๆ
ความแตกต่างระหว่างราคาโอนของสรรพากรและราคาศุลกากร
ผู้ประกอบการมักสับสนระหว่างเกณฑ์ราคาโอน (Transfer Pricing) ของกรมสรรพากร และราคาศุลกากรของกรมศุลกากร แม้ทั้งสองหน่วยงานจะใช้หลักการ Arm's Length Principle เหมือนกัน แต่เป้าหมายในการตรวจสอบสวนทางกัน: - กรมสรรพากร: เพ่งเล็งการจ่ายราคาสินค้านำเข้าที่ "สูงเกินจริง" (Overvaluation) เพื่อดึงกำไรออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำลง - กรมศุลกากร: เพ่งเล็งการยื่นราคาซื้อขายสินค้าที่ "ต่ำเกินจริง" (Undervaluation) เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ด่านศุลกากร ดังนั้น การมีเอกสารพิสูจน์ราคาโอนยื่นต่อกรมสรรพากรเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานรับประกันว่าจะรอดพ้นจากการถูกประเมินอากรนำเพิ่มย้อนหลังจากกรมศุลกากร
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีวิธีการพิสูจน์ราคาธุรกรรมระหว่างนิติบุคคลในเครือ
ผู้นำเข้าสามารถใช้การพิสูจน์ราคาผ่าน 2 แนวทางหลักตามประกาศกรมศุลกากร: 1. การตรวจสอบสถานการณ์แวดล้อมของการซื้อขาย (Circumstances of the Sale): พิสูจน์ว่าวิธีตกลงราคาเป็นไปตามวิธีปกติของอุตสาหกรรม หรือใช้วิธีเดียวกับที่ขายให้บุคคลอื่นที่ไม่มีความสัมพันธ์ 2. การเปรียบเทียบกับราคาอ้างอิง (Test Values): พิสูจน์ว่าราคาโอนใกล้เคียงกับราคาซื้อขายของสินค้าที่เหมือนกันหรือคล้ายกันที่ขายให้ลูกค้าภายนอก หรือใกล้เคียงกับราคาหักทอนหรือราคาคำนวณที่ศุลกากรเคยยอมรับแล้ว
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ตัวบทบัญญัติมาตราความรับผิดและบทลงโทษทางอาญาภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
- กระทรวงการคลัง & คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์: กฎกระทรวงการประเมินราคาศุลกากร และช่องทางการยื่นอุทธรณ์ภาษีอากรอย่างเป็นทางการ
เมื่อมีการนำเข้าสินค้าจากบริษัทในเครือเดียวกัน (Related Parties) กรมศุลกากรมีอำนาจตรวจสอบว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวส่งผลต่อราคาซื้อขายสินค้าที่สำแดงหรือไม่ ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ผู้นำเข้ามีหน้าที่พิสูจน์ว่าราคาโอน (Transfer Pricing) ที่ใช้เป็นราคาที่เทียบเคียงได้กับราคาที่ซื้อขายกับบุคคลภายนอกทั่วไป (Arm's Length Price)
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: หากราคาโอนมีการปรับปรุงตอนปลายปี (Year-end Adjustment) ต้องแจ้งศุลกากรหรือไม่?
A: ต้องยื่นคำร้องขอเปิดเผยข้อมูลเพื่อชำระภาษีเพิ่มเติมหากมีการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น มิฉะนั้นหากถูกตรวจพบภายหลังจะถือว่าสำแดงราคาอากรขาด
Q: เอกสารอะไรที่ใช้ประกอบการชี้แจงราคาโอนได้ดีที่สุด?
A: สัญญาซื้อขายระหว่างเครือข่าย (Intercompany Agreement), รายงานนโยบายราคาโอน (TP Policy) และรายการวิเคราะห์ต้นทุนการจัดส่งสินค้าจริง


