
สรุปประเด็นสำคัญ
- มาตรา 202: กฎหมายแม่บทระบุหน้าที่การเก็บรักษาบัญชีและเอกสารพยานหลักฐานนำเข้า-ส่งออกทั้งหมดไว้ 5 ปี
- ขอบเขตเอกสารที่ต้องเก็บ: ครอบคลุมตั้งแต่ Commercial Invoice, Packing List, B/L, ข้อมูล e-Customs ไปจนถึงเอกสารสั่งซื้อ สัญญาซื้อขาย และบัญชีการเงินภายใน
- การตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย (PCA): เจ้าหน้าที่ใช้สิทธิ์เรียกตรวจเอกสารเหล่านี้เพื่อประเมินราคาและพิกัดย้อนหลัง
- การจัดเก็บทางอิเล็กทรอนิกส์: การเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์หรือระบบ Cloud ต้องมั่นใจว่ามีความปลอดภัยและสามารถเรียกดูเพื่อแสดงต่อศุลกากรได้ทันที
บทบัญญัติมาตรา 202 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560
มาตรา 202 บัญญัติให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกมีหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาบัญชี เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหรือส่งออกของไม่ว่าในลักษณะใดๆ รวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้ ณ สถานประกอบการหรือสถานที่ที่อธิบดีอนุมัติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่นำของเข้าหรือส่งของออก หน้าที่นี้รวมถึงกรณีที่พิธีการศุลกากรได้เสร็จสิ้นลงแล้วและของได้รับการตรวจปล่อยไปเรียบร้อยแล้ว กฎหมายศุลกากรต้องการให้มีร่องรอยการตรวจสอบบัญชีการเงินที่สามารถสอบยันราคาสินค้าและพิกัดสินค้าได้
ประเภทเอกสารสำคัญที่ห้ามทำลายก่อนกำหนด
ในการประเมินราคาและพิกัดสินค้า ศุลกากรไม่ได้ตรวจเพียงแค่ใบขนสินค้าเท่านั้น แต่จะขอดูเอกสารแวดล้อมทางธุรกิจทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย: - เอกสารขนส่งและการค้า: Invoice, Packing List, Bill of Lading, Air Waybill, ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form C/O) - เอกสารการสั่งซื้อและการเงิน: ใบเสนอราคา (Quotation), สัญญาซื้อขาย (Contract), ใบสั่งซื้อ (PO), เอกสารการจ่ายเงินธนาคาร (L/C, Telegraphic Transfer) - เอกสารระบบผลิต (กรณีใช้สิทธิบีโอไอหรือเขตฟรีโซน): ตารางสูตรการผลิต (BOM) และใบรับเข้าคลังสินค้า
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีความเสี่ยงและบทลงโทษในกรณีเอกสารสูญหายหรือถูกทำลาย
หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าทำการตรวจสถานประกอบการ (Post Clearance Audit) แล้วพบว่าผู้ประกอบการไม่มีเอกสารหลักฐานดังกล่าวแสดงให้ตรวจประเมิน นอกจากการถูกลงโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 50,000 บาทตามมาตรา 202 แล้ว เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธราคานำเข้าที่เคยแสดงไว้ และประเมินราคาใหม่โดยใช้เกณฑ์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องชำระภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มโดยไม่มีหลักฐานในการคัดค้านประเมิน
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ตัวบทบัญญัติมาตราความรับผิดและบทลงโทษทางอาญาภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
- กระทรวงการคลัง & คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์: กฎกระทรวงการประเมินราคาศุลกากร และช่องทางการยื่นอุทธรณ์ภาษีอากรอย่างเป็นทางการ
ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และตัวแทนออกของ มีหน้าที่ทางกฎหมายตามมาตรา 202 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ในการจัดทำและเก็บรักษาบัญชี เอกสาร เอกสารแนบ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันนำของเข้าหรือส่งของออก การละเลยไม่เก็บรักษาเอกสารมีโทษปรับทางอาญาสูงถึง 50,000 บาทต่อรายการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: หากบริษัทมีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Cloud ต้องเก็บบิลกระดาษไว้อีกหรือไม่?
A: สามารถเก็บบันทึกเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทดแทนได้ แต่ต้องมั่นใจว่าระบบมีความปลอดภัย มีความถูกต้อง และพนักงานสามารถพิมพ์หรือแสดงข้อมูลให้ตรวจสอบได้ทันที
Q: ระยะเวลา 5 ปี นับจากวันไหนเป็นสำคัญ?
A: นับจากวันที่นำของเข้าสำเร็จ (สำหรับนำเข้า) หรือวันส่งของออกสำเร็จ (สำหรับส่งออก) ไม่ใช่นับจากวันยื่นใบสั่งซื้อหรือชำระเงิน


