
สรุปประเด็นสำคัญ
- Incoterms vs. Customs Value: Incoterms ไม่ใช่กฎหมายศุลกากร แต่เป็นสัญญาทางพาณิชย์ ศุลกากรจะใช้ราคาตามเงื่อนไขเพื่อปรับราคาให้เป็นราคา CIF ในการนำเข้า
- การปรับปรุงราคา (EXW/FOB): หากซื้อขายด้วย EXW/FOB ต้องรวมค่าขนส่งถึงด่านนำเข้า (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) เข้าไปในใบขนสินค้า
- การคำนวณค่าขนส่งเฉลี่ย (Freight Rate): หากไม่มีหลักฐานค่าขนส่งจริง ศุลกากรมีสิทธิ์ใช้ตารางประเมินค่าระวางขนส่งของศุลกากรในการประเมิน
- DDP Warning: เงื่อนไข DDP (Delivered Duty Paid) แม้ผู้ขายจะออกค่าภาษีให้ แต่ความรับผิดตามกฎหมายศุลกากรไทยยังตกเป็นของผู้นำเข้าที่มีชื่อเป็นเจ้าของสิทธิ์นำเข้า
หน้าที่การสำแดงราคานำเข้าและกฎระเบียบศุลกากร
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 50 กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องสำแดงมูลค่าของนำเข้าตามเกณฑ์ราคาศุลกากร ในระบบการประเมินราคาอิงเกณฑ์ CIF เป็นหลัก ดังนั้น หากผู้นำเข้าสั่งซื้อสินค้าภายใต้เงื่อนไข EXW (Ex Works) หรือ FOB (Free on Board) ราคาสินค้าที่ระบุใน Commercial Invoice จะเป็นเพียงราคาสินค้าเบื้องต้น ผู้นำเข้าต้องบวกค่าใช้จ่ายในการขนสินค้าจากหน้าโรงงานของผู้ขายมายังท่าเรือส่งออก ค่าใช้จ่ายทางพิธีการในต่างประเทศ รวมถึงค่าระวางเรือ/เครื่องบิน และค่าประกันภัยในการขนส่งระหว่างประเทศเข้ามาด้วย เพื่อรวมเป็นราคา CIF ที่ถูกต้องในการเสียภาษีนำเข้า
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงื่อนไข DDP (Delivered Duty Paid)
ผู้นำเข้าชาวไทยจำนวนมากเลือกทำสัญญาซื้อขายแบบ DDP เนื่องจากผู้ขายต่างประเทศตกลงที่จะรับผิดชอบกระบวนการขนส่งและชำระอากรนำเข้าทั้งหมดให้ แต่ในทางกฎหมายศุลกากรของประเทศไทย ผู้ส่งข้อมูลนำเข้าและผู้ยื่นใบขนสินค้าที่เป็นนิติบุคคลไทยที่มีชื่อในใบขนสินค้า จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด หากเจ้าหน้าที่ประเมินพบว่าราคาสินค้าที่สำแดงต่ำเกินไป หรือพิกัดไม่ถูกต้อง ผู้นำเข้าชาวไทยจะยังคงเป็นผู้ถูกดำเนินการเปรียบเทียบปรับและต้องชำระภาษีขาดโดยไม่สามารถปัดความรับผิดชอบไปให้ผู้ขายต่างชาติได้
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีแนวปฏิบัติที่ดีในการปรับปรุงราคาเพื่อการเสียภาษีอากร
เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการยื่นใบขน ผู้นำเข้าต้องกำหนดกระบวนการในการดึงข้อมูลค่าระวางขนส่งทางอากาศหรือทางเรือจากผู้ให้บริการขนส่ง (Freight Forwarder) มารวมคำนวณกับราคาสินค้าก่อนการยื่นใบขนเสมอ หากไม่มีการจ่ายค่าประกันภัยแยกต่างหากสำหรับเที่ยวการขนส่งนั้น ผู้นำเข้าต้องคำนวณค่าประกันภัยขั้นต่ำในอัตราร้อยละ 1 ของมูลค่าสินค้า FOB หรือตามเกณฑ์ที่ศุลกากรกำหนด การไม่บวกค่าประกันภัยถือเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตรวจประเมินย้อนหลัง
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ตัวบทบัญญัติมาตราความรับผิดและบทลงโทษทางอาญาภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
- กระทรวงการคลัง & คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์: กฎกระทรวงการประเมินราคาศุลกากร และช่องทางการยื่นอุทธรณ์ภาษีอากรอย่างเป็นทางการ
เงื่อนไขการส่งมอบสินค้า (Incoterms) มีไว้เพื่อแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ในการผ่านพิธีการศุลกากรนำเข้าของไทย ราคาศุลกากรจะต้องถูกคำนวณบนฐานราคา CIF (Cost, Insurance, and Freight) ตามมาตรา 50 และ 51 เสมอ ผู้นำเข้าที่ยื่นราคานำเข้าเป็นราคาหน้าโรงงาน (EXW) หรือราคาเรือข้างท่า (FOB) โดยไม่บวกรวมค่าระวางขนส่งและค่าประกันภัย ถือเป็นความผิดฐานสำแดงราคาอากรขาด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: หากบริษัทซื้อขายแบบ CIF ต้องปรับราคาในใบขนเพิ่มอีกหรือไม่?
A: ไม่ต้องปรับเพิ่ม เนื่องจากราคา CIF ได้รวมค่าของ (Cost) ค่าประกันภัย (Insurance) และค่าระวางขนส่ง (Freight) ครบถ้วนตามฐานกฎหมายแล้ว
Q: หากศุลกากรพบว่าผู้นำเข้าไม่ได้บวกค่าขนส่งในเงื่อนไข FOB จะโดนลงโทษอย่างไร?
A: จะถูกเรียกเก็บภาษีอากรส่วนที่ขาดพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน และอาจถูกลงโทษข้อหาสำแดงเท็จตามมาตรา 243


