
สรุปประเด็นสำคัญ
- มาตรา 136-137: การขออนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรและการขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการในเขตปลอดอากร
- มาตรา 140: บัญญัติยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้าเพื่ออุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือการส่งออก
- เงื่อนไขการนำออกสู่ตลาดในประเทศ: หากนำของในเขตปลอดอากรออกมาใช้ในประเทศ ต้องเสียภาษีอากรตามสภาพพิกัดของสินค้า ณ วันนำออก
- ความรับผิดด้านการควบคุมบัญชี: ผู้จัดตั้งและผู้ประกอบการต้องทำรายงานคุมสินค้าดิบและของสำเร็จรูปยื่นต่อกรมศุลกากรอย่างเคร่งครัด
การจัดตั้งและการดำเนินงานในเขตปลอดอากรตามมาตรา 136 และ 137
มาตรา 136 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กำหนดให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจอนุมัติจัดตั้งเขตปลอดอากรเพื่อประโยชน์ในการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้จัดตั้งและผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรตามมาตรา 137 จะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กฎกระทรวงกำหนด และต้องปฏิบัติตามระเบียบการควบคุมทางศุลกากรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงคลังสินค้าคงคลังศุลกากร
มาตรา 140 สิทธิประโยชน์การยกเว้นอากรและการคำนวณภาษี
ตามมาตรา 140 ของที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรจะได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าในกรณีดังนี้: (1) ของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรม (2) ของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศและนำเข้าไปในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ การนำวัตถุดิบภายในประเทศส่งเข้าไปในเขตปลอดอากรยังได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาออกหรือใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 0 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีการนำของนั้นออกมาจำหน่ายหรือใช้ภายในประเทศ ของนั้นจะหมดสิทธิพิเศษทันทีและต้องชำระอากรตามสภาพและมูลค่า ณ วันที่นำออกสู่ตลาดภายในประเทศ
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีความเสี่ยงด้านความสอดคล้องและการตรวจบัญชี (Free Zone Audit)
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สูงมักมาพร้อมกับการควบคุมที่เข้มงวด ผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรจะต้องควบคุมบัญชีรับ-จ่ายวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป (Formula Control) และต้องทำการตรวจสอบยอดสต็อกทางกายภาพเปรียบเทียบกับยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งให้ศุลกากร หากพบว่ามีสินค้าขาดบัญชีหรือไม่มีการรายงานสูตรการผลิตที่ถูกต้อง จะถูกประเมินว่าลักลอบนำของออกมาขายนอกเขตปลอดอากรโดยหลีกเลี่ยงอากร ซึ่งมีโทษปรับทางอาญาสูงสุดและอาจถูกระงับสิทธิการเป็นผู้ประกอบการในเขตปลอดอากร
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ตัวบทบัญญัติมาตราความรับผิดและบทลงโทษทางอาญาภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
- กระทรวงการคลัง & คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์: กฎกระทรวงการประเมินราคาศุลกากร และช่องทางการยื่นอุทธรณ์ภาษีอากรอย่างเป็นทางการ
เขตปลอดอากร (Free Zone) เป็นพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ทางอากรศุลกากรตามมาตรา 136 ถึง 145 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยของที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้า อากรขาออก และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายที่กำหนด โดยมุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกและการค้าอุตสาหกรรมในประเทศ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: การนำสินค้าจากเขตปลอดอากรออกมาขายในประเทศ ต้องชำระภาษีอย่างไร?
A: ต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มตามสภาพสินค้า พิกัดศุลกากร และมูลค่าของสินค้า ณ วันที่นำออกจากเขตปลอดอากรนั้น
Q: ผู้จัดตั้งเขตปลอดอากรต้องยื่นค้ำประกันหรือไม่?
A: ต้องวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามวงเงินที่กรมศุลกากรกำหนดเพื่อประกันความเสียหายหรือค่าอากรที่อาจเกิดขึ้นจากการทำผิดระเบียบ


