
สรุปประเด็นสำคัญ
- เปรียบเทียบต้นทุนต่อหน่วยน้ำหนัก/ปริมาตร (CBM vs. Chargeable Weight) ก่อนจอง
- ตรวจเช็คขีดจำกัดประเภทสินค้าอันตรายและสินค้าควบคุมเฉพาะของทางอากาศ
- การบริหารความเสี่ยงแบบ Multimodal (ผสมผสาน) ช่วยลดคอขวดสะสมในฤดูกาลเร่งด่วน
ทางบก (Road Freight): ด่วน รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย
ทางบกผ่านไฮเวย์หลัก (เช่น R3A ไปจีน หรือข้ามแดนมาเลเซีย) ตอบโจทย์เวลาที่รวดเร็วกว่าเรือมาก โดยไม่ต้องจ่ายค่าระวางแพงเท่าอากาศ การขนถ่ายทำได้ยืดหยุ่นเพราะรถสามารถเข้าไปรับหน้าโรงงานและส่งตรงถึงคลังสินค้าปลายทาง (Door-to-Door) โดยไม่ต้องรอตารางเวลาวิ่งเรือ
ทางเรือ (Sea Freight): เจ้าแห่งการประหยัดต้นทุน
หากสินค้าเป็นวัตถุดิบ สินค้าที่มีน้ำหนักมาก หรือสินค้าทั่วไปปริมาณมากที่ไม่มีกำหนดส่งเร่งด่วน ทางเรือยังคงเป็นทางเลือกหลักที่ช่วยควบคุมต้นทุนการตลาดได้อย่างดีที่สุด ข้อจำกัดคือระยะเวลาขนส่งที่ยาวนานและความไม่แน่นอนของตารางเรือและสภาพการเดินเรือ
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีทางอากาศ (Air Freight): ความรวดเร็วที่มาพร้อมต้นทุนสูง
เหมาะกับสินค้าประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่เครื่องจักรด่วน ยาและวัคซีน หรือสินค้าแบรนด์เนมมูลค่าสูง การคิดราคาคิดตามน้ำหนักจริงหรือปริมาตร (Chargeable Weight) ที่คำนวณจากสูตรปริมาตรอากาศ ทำให้ผู้ขนส่งต้องแพ็กสินค้าให้กระชับที่สุด
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ข้อบัญญัติเกี่ยวกับการตรวจปล่อยและผ่านพิธีการศุลกากรทางเรือ ทางอากาศ และทางบกตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
- การท่าเรือแห่งประเทศไทย & สำนักงานการบินพลเรือน (CAAT): ระเบียบความปลอดภัยการขนถ่ายตู้สินค้า ณ ท่าเรือหลัก และมาตรฐานการสแกนตรวจสอบสินค้าทางอากาศ
การเลือกรูปแบบการขนส่งสินค้าข้ามแดน (Freight Mode Selection) ขึ้นอยู่กับงบประมาณและเวลา: 1. ทางรถบรรทุก (Road Freight) เหมาะกับเวลาเร่งด่วนปานกลาง (3-7 วัน) ในภูมิภาคเชื่อมโยง 2. ทางเรือ (Sea Freight) คุ้มค่าที่สุดสำหรับสินค้า lot ใหญ่ (10-30 วัน) 3. ทางอากาศ (Air Freight) ตอบโจทย์งานด่วนที่สุดและของมูลค่าสูง (1-3 วัน) แต่มีค่าระวางสูงที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: ขนส่งสินค้าทางอากาศคิดน้ำหนักสินค้าอย่างไร
A: คิดราคาจากค่าน้ำหนักที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริง (Gross Weight) และน้ำหนักปริมาตร (Volume Weight) ซึ่งคำนวณจากสูตร กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) หารด้วย 6,000
Q: มีบริการขนส่งแบบผสมผสาน (Multimodal Transport) หรือไม่
A: มี เช่น บริการผสมผสานรถ+เรือ หรือรถ+เครื่องบิน เพื่อให้ได้ระยะเวลาจัดส่งที่เร็วกว่าทางเรือแต่ประหยัดกว่าทางอากาศล้วน


