
สรุปประเด็นสำคัญ
- ตรวจสอบและยืนยันข้อบังคับควบคุมสินค้าก่อนซื้อขาย ไม่ใช่หลังจัดเก็บแพ็กหรือจองเรือขนส่งแล้ว
- ระบุหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการออกใบอนุมัติ และตรวจสอบระยะเวลาดำเนินการของใบอนุญาตนั้น
- จัดเก็บเอกสารใบอนุมัติหรือใบอนุญาต (Permit) คู่กับแฟ้มข้อมูลเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรเสมอ
- สำหรับสินค้าประเภทใหม่ที่ไม่เคยนำเข้า ควรปรึกษาตัวแทนออกของศุลกากรที่มีประสบการณ์ก่อนดำเนินการสั่งซื้อ
ความแตกต่างระหว่างของต้องห้ามและของต้องกำกัด
ของต้องห้าม (Prohibited Goods) หมายถึง สินค้าที่กฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกโดยเด็ดขาด เช่น สารเสพติด วัตถุลามก อาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือสินค้าลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า การพยายามฝ่าฝืนนำเข้าหรือส่งออกสินค้าดังกล่าวมีโทษทางอาญาขั้นรุนแรง
ของต้องกำกัด (Restricted Goods) หรือสินค้าควบคุม คือสินค้าที่สามารถนำเข้าหรือส่งออกได้ตามกฎหมาย แต่ผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุมัติจากหน่วยงานที่รับผิดชอบสินค้าประเภทนั้น ๆ ก่อนผ่านพิธีการศุลกากร
ทำไมต้องตรวจสอบใบอนุญาตก่อนการจองระวางขนส่ง
หากสินค้าที่เข้าข่ายสินค้าควบคุมหรือสินค้าต้องกำกัดไม่มีเอกสารใบอนุมัติยื่นแสดงขณะผ่านพิธีการศุลกากร สินค้าจะถูกกักไว้ที่ด่านตรวจปล่อย ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับค่าบริการจัดเก็บคลังสินค้า (Storage) ในอัตราที่สูง ค่าปรับ และความเสี่ยงที่สินค้าอาจถูกส่งกลับออกไปนอกประเทศ (Re-export) หรือทำลายทิ้ง การตรวจสอบข้อกำหนดตั้งแต่ขั้นตอนเสนอราคาช่วยควบคุมงบประมาณและกำหนดการดำเนินงานได้แม่นยำขึ้น
ในการจัดการคลังและจัดหาสินค้า ควรแบ่งกลุ่มการตรวจสอบเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ (1) สินค้าที่นำเข้าได้ทันทีโดยเสรี (2) สินค้าที่ต้องขอใบอนุญาตศุลกากรก่อน และ (3) สินค้าประเภทพิเศษที่ต้องผ่านการประเมินวิเคราะห์กฎหมายเชิงลึก เพื่อความพร้อมของทีมงานในการวางแผนจัดการสินค้า
- ผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.)
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.)
- เคมีภัณฑ์และสารอันตราย (กรมโรงงานอุตสาหกรรม)
- เครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (มาตรฐาน มอก. โดย สมอ.)
- สินค้าพืช ผัก ผลไม้ และสัตว์มีชีวิต (กรมวิชาการเกษตร/กรมปศุสัตว์)
- สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับ (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีหน่วยงานรัฐที่ดูแลการออกใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก
ไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทำหน้าที่ออกใบอนุมัติหรือใบอนุญาตสำหรับสินค้าทุกชนิด ทว่าขึ้นอยู่กับการจำแนกประเภทและพิกัดศุลกากรของสินค้า โดยหน่วยงานรัฐแต่ละแห่งจะดูแลกฎเกณฑ์แตกต่างกัน เช่น อย. ดูแลอาหารและยา, กรมปศุสัตว์ดูแลสินค้าประเภทสัตว์และเนื้อสัตว์แปรรูป, กรมวิชาการเกษตรดูแลการนำเข้าพืช และ สมอ. ควบคุมมาตรฐานอุตสาหกรรม
กรมศุลกากรมีบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ณ ด่านตรวจปล่อยว่าผู้นำเข้ามีเอกสารใบอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ มิใช่เป็นหน่วยงานผู้พิจารณาอนุมัติใบอนุญาตเหล่านั้น การประสานงานกับหน่วยงานที่ถูกต้องล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด
ข้อดีและข้อพึงระวังของการนำเข้าสินค้าใหม่เพื่อทดลองตลาด
ข้อดีคือผู้ประกอบการสามารถทดสอบการตลาดและความสนใจของผู้บริโภคได้รวดเร็ว แต่ข้อพึงระวังคือ หากไม่มีการศึกษาข้อกฎหมายและเกณฑ์มาตรฐานของหน่วยงานที่กำกับดูแลล่วงหน้า สินค้าในเที่ยวทดลองนำเข้าดังกล่าวอาจถูกกักตรวจปล่อย ไม่สามารถนำออกจำหน่ายและทำให้เงินลงทุนสูญเปล่าได้ แนะนำให้ทำการขอตรวจสอบเอกสารตัวอย่าง (Sample Document) ร่วมกับผู้ขายก่อนจัดส่งสินค้าจริง
สำหรับสินค้าตัวอย่างจำนวนน้อย (Sample Package) แม้จะมีปริมาณต่ำ ก็ยังต้องส่งตรวจสอบว่ารหัสพิกัดศุลกากร (HS Code) นั้น อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและต้องขอผ่อนผันหรือจัดทำใบอนุญาตนำเข้าเช่นเดียวกับการนำเข้าเพื่อการค้าปกติหรือไม่
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ระเบียบปฏิบัติและคำแนะนำการยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไร้เอกสาร (Paperless Customs System)
- กระทรวงพาณิชย์ & กรมการค้าต่างประเทศ: ข้อกำหนดการตรวจสอบและคัดกรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form CO) และสินค้าต้องกำกัดควบคุม
สินค้าบางประเภทไม่สามารถนำเข้าหรือส่งออกได้ หรือสามารถดำเนินการได้เฉพาะเมื่อได้รับใบอนุญาตควบคุมจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น สินค้าต้องกำกัด อาหาร ยา เครื่องสำอาง สารเคมี หรือสินค้าอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานความปลอดภัยบังคับ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ข้อกำหนดก่อนสั่งซื้อสินค้าหรือรับคำสั่งซื้อ ไม่ใช่รอให้สินค้าเดินทางมาถึงด่านศุลกากรแล้วจึงดำเนินการตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: สินค้าตัวอย่าง (Sample) จำเป็นต้องมีใบอนุญาตนำเข้าหรือไม่
A: สินค้าบางประเภทแม้จะเป็นเพียงสินค้าตัวอย่างหรือมีปริมาณน้อย ก็ยังต้องขอใบอนุมัติหรือใบอนุญาตนำเข้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของพิกัดศุลกากร (HS Code) และกฎระเบียบของหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนทำการจัดส่ง
Q: ใครเป็นผู้ออกใบอนุญาตควบคุมสินค้า
A: ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารและยาจะออกใบอนุญาตโดย อย., สินค้าอุตสาหกรรมจะออกใบอนุญาตโดย สมอ. ส่วนกรมศุลกากรมีหน้าที่หลักในการตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตเหล่านั้น ณ ด่านนำเข้า
Q: หากสินค้านำเข้ามาโดยไม่มีใบอนุญาตจะเกิดผลอย่างไร
A: สินค้าจะถูกระงับการตรวจปล่อยและอายัดไว้ที่ด่านศุลกากร ส่งผลให้มีค่าบริการคลังสินค้า (Storage) และค่าเสียเวลาตู้สินค้าสะสมทุกวัน และอาจถูกปรับหรือถูกบังคับให้ส่งกลับออกนอกประเทศ (Re-export) หรือสั่งทำลาย ซึ่งสร้างความเสียหายทางธุรกิจอย่างมาก
Q: สินค้าเดิมที่เคยนำเข้ามาแล้ว จำเป็นต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ทุกครั้งหรือไม่
A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของใบอนุญาตประเภทนั้น ๆ บางใบอนุญาตออกให้เฉพาะรายครั้ง (Per Shipment) บางประเภทเป็นใบอนุญาตนำเข้าทั่วไปที่มีอายุ 1-3 ปี และสามารถใช้สิทธิตามโควตา ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบวันหมดอายุและเงื่อนไขของเอกสารอย่างใกล้ชิด


