
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทำความเข้าใจเงื่อนไข Incoterms ก่อนขอเสนอราคาค่าขนส่งและก่อนออกใบสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง
- อย่าเปรียบเทียบราคาสินค้าที่เสนอขายด้วย Incoterms ต่างกันโดยไม่ได้คำนวณต้นทุนประเมินปลายทางจริง
- สื่อสารให้ฝ่ายการเงินเข้าใจขอบเขตค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกับฝ่ายโลจิสติกส์ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกรรม
- เลือกเงื่อนไข Incoterms ที่สอดคล้องกับขีดความสามารถในการจัดการเอกสารและพิธีการของทีมงานที่ปลายทาง
Incoterms เป็นมากกว่าคำต่อท้ายราคา
คำย่อต่าง ๆ เช่น EXW, FOB, CIF หรือ DDP มีผลผูกพันทางกฎหมายว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วง ใครทำหน้าที่จัดทำเอกสารศุลกากร และความเสี่ยงในการขนส่งสินค้าจะโอนย้าย ณ จุดใด หากทีมจัดซื้อขาดความเข้าใจ อาจประเมินราคาสินค้าผิดพลาดและต้องแบกรับค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์แฝงที่ตามมาภายหลัง
เงื่อนไข Incoterms เป็นมาตรฐานสากลที่จัดทำโดยสภาหอการค้านานาชาติ (ICC) เพื่อใช้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อรูปแบบเอกสารศุลกากรนำเข้า-ส่งออก การจัดทำประกันภัยสินค้า และการประเมิน landed cost ของสินค้าแต่ละชุด
- จุดส่งมอบสินค้า
- ค่าใช้จ่าย ณ ประเทศต้นทาง
- ค่าระวางขนส่งสินค้า (Freight)
- การประกันภัยขนส่งสินค้า
- ภาระพิธีการศุลกากรปลายทาง
- การจัดเตรียมเอกสารศุลกากร
เปรียบเทียบข้อกำหนด Incoterms ที่ใช้กันบ่อย
EXW (Ex Works): ผู้ซื้อรับภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงเกือบทั้งหมดตั้งแต่โรงงานของผู้ขาย เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่มีตัวแทนออกของหรือผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) ประจำในประเทศผู้ขาย
FOB (Free on Board): ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจนกระทั่งสินค้าถูกส่งมอบข้ามราวเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง ผู้ซื้อรับผิดชอบค่า freight และประกันภัยหลังจากนั้น เป็นเงื่อนไขที่นิยมมากที่สุดในการค้าทางทะเล
CIF (Cost, Insurance, and Freight): ผู้ขายรับภาระชำระค่า freight และค่าประกันภัยสินค้าจนถึงท่าเรือปลายทาง แต่ความเสี่ยงในการสูญเสียจะโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อสินค้าผ่านพ้นราวเรือที่ต้นทาง ผู้ซื้อต้องรับภาระพิธีการนำเข้าและจัดส่งปลายทางเอง
DDP (Delivered Duty Paid): ผู้ขายรับผิดชอบทุกขั้นตอนรวมถึงการเคลียร์พิธีการศุลกากรนำเข้าและชำระภาษีอากรปลายทาง ผู้ซื้อมีความสะดวกรวดเร็วที่สุดแต่อาจเสียเปรียบในการมองไม่เห็นรายละเอียดโครงสร้างต้นทุนและข้อผิดพลาดด้านการแสดงภาษี
ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!
เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันทีข้อดีข้อเสียของเงื่อนไข DDP และ EXW
เงื่อนไข DDP ช่วยลดความยุ่งยากให้ผู้ซื้อ แต่ผู้ซื้อจะขาดอำนาจควบคุมการสำแดงเอกสารและการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรในประเทศตนเอง หากผู้ขายไม่มีความเข้าใจกฎระเบียบศุลกากรปลายทาง อาจก่อให้เกิดปัญหาและชะลอระยะเวลาปล่อยสินค้าได้
เงื่อนไข EXW ให้สิทธิ์ผู้ซื้อในการควบคุมระบบขนส่งสินค้าเองทั้งหมด แต่ผู้ซื้อต้องแบกภาระงานประสานงานต้นทางสูงมาก จึงเหมาะกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายโลจิสติกส์แข็งแกร่ง และไม่แนะนำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในประเทศคู่ค้า
การเตรียมเอกสารศุลกากรตามเงื่อนไข Incoterms
ความรับผิดชอบในการจัดทำเอกสารศุลกากร: สำหรับ EXW ผู้ซื้อต้องดำเนินการดำเนินเรื่องผ่านแดนและส่งออกเอง, สำหรับ FOB ผู้ขายรับหน้าที่ทำพิธีการส่งออก และผู้ซื้อทำพิธีการนำเข้า, สำหรับ DDP ผู้ขายจะรับภาระจัดทำใบขนสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้าปลายทาง
กรณีที่บริษัทตกลงซื้อขายสินค้าในเงื่อนไข CIF หรือ DDP ต้องตรวจสอบว่าผู้ขายหรือผู้จัดส่งฝั่งต้นทางจัดทำเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (CO), ใบกำกับสินค้า, และใบรายการบรรจุสินค้า ได้รับการจัดทำอย่างถูกต้องตรงตามข้อกำหนดของด่านศุลกากรปลายทาง
หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- กรมศุลกากร (Customs Department): ระเบียบปฏิบัติและคำแนะนำการยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไร้เอกสาร (Paperless Customs System)
- กระทรวงพาณิชย์ & กรมการค้าต่างประเทศ: ข้อกำหนดการตรวจสอบและคัดกรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form CO) และสินค้าต้องกำกัดควบคุม
ข้อกำหนดทางการค้าอินโคเทอมส์ (Incoterms) ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่าย ความเสี่ยงในการสูญเสีย และจุดส่งมอบสินค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย จึงส่งผลโดยตรงต่อการจัดเตรียมเอกสารศุลกากรและการประเมินต้นทุนสินค้าประเมินปลายทาง (Landed Cost) เช่น EXW กำหนดให้ผู้ซื้อรับภาระต้นทางเกือบทั้งหมด ส่วน DDP กำหนดให้ผู้ขายรับภาระดำเนินพิธีการศุลกากรและชำระภาษีปลายทาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: เงื่อนไข Incoterms สามารถใช้ทดแทนกฎหมายศุลกากรของประเทศนำเข้าได้หรือไม่
A: ไม่ได้ Incoterms เป็นเพียงข้อตกลงซื้อขายสากลระหว่างคู่ค้าภาคเอกชน ส่วนระเบียบปฏิบัติทางศุลกากรและพิกัดภาษียังคงต้องเป็นไปตามที่กฎหมายของแต่ละประเทศกำหนดอย่างเคร่งครัด
Q: การซื้อสินค้าในเงื่อนไข CIF ปลายทาง หมายความว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ท่าเรือนำเข้าเลยใช่หรือไม่
A: ไม่ใช่ เงื่อนไข CIF ครอบคลุมเฉพาะค่าระวางเรือและค่าประกันภัยจนถึงท่าเรือปลายทาง แต่ผู้ซื้อยังคงต้องชำระค่าธรรมเนียมภาระหน้าท่า (Handling Charges) ค่าพิธีการศุลกากรนำเข้า ค่าภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่ารถขนส่งในประเทศปลายทางเองทั้งหมด
Q: เงื่อนไข FOB และ CIF มีความแตกต่างกันอย่างไรในมุมของการโอนย้ายความเสี่ยงภัย
A: ภายใต้เงื่อนไข FOB ความเสี่ยงภัยจะโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อสินค้าผ่านพ้นราวเรือที่ท่าเรือต้นทาง และผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาประกันภัยเอง ส่วน CIF ผู้ขายจะเป็นผู้ซื้อประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายของสินค้าแทนผู้ซื้อ แต่ความเสี่ยงภัยของสินค้ายังคงโอนย้ายที่ต้นทางเช่นเดียวกัน
Q: กรณีที่ผู้ขายเสนอเงื่อนไข DDP เราควรตกลงยอมรับข้อเสนอหรือไม่
A: ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการพิธีการและเครือข่ายตัวแทนของผู้ขายในประเทศปลายทาง หากผู้ขายมีตัวแทนออกของที่มีความเชี่ยวชาญ เงื่อนไข DDP จะช่วยลดความยุ่งยากของทางบริษัทได้มาก แต่หากไม่มั่นใจ ควรเลือกซื้อในเงื่อนไข FOB หรือ CIF เพื่อให้บริษัทสามารถควบคุมความถูกต้องของการยื่นเอกสารได้ดีกว่า


