WeChat Share
LNL Logistics No Limit Co., Ltd.
กลับไปยังบล็อกทั้งหมด

วางแผนลำดับขั้นตอนพิธีการศุลกากรอย่างไรไม่ให้กระทบการส่งมอบสินค้า

เขียนโดยLOGISTICS NO LIMIT
KNOWLEDGE_HUB // ARTICLE_DELIVERY
LNL_DOCUMENT
วางแผนลำดับขั้นตอนพิธีการศุลกากรอย่างไรไม่ให้กระทบการส่งมอบสินค้า
LOGISTICS NO LIMIT

สรุปประเด็นสำคัญ

  • จัดทำขั้นตอนการดำเนินงาน (Milestone Timeline) ก่อนสินค้าพร้อมส่งมอบ แทนการเตรียมการเมื่อสินค้าถึงท่าปลายทาง
  • เผื่อเวลาสำหรับแก้ไขเอกสารผิดพลาดเสมอ อย่างน้อย 1-2 วันทำการ
  • ประสานงานฝ่ายการเงินเพื่อเตรียมชำระภาษีอากรล่วงหน้าก่อนสินค้ามาถึง แทนการรออนุมัติหน้างาน
  • แชร์ขั้นตอนการดำเนินงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่จำกัดเฉพาะฝ่ายโลจิสติกส์

แผนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการประสานงานร่วมกัน

การดำเนินพิธีการศุลกากรไม่ใช่หน้าที่ของตัวแทนออกของ (Broker) เพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากต้องใช้ข้อมูลประกอบจากผู้ผลิต ผู้นำเข้า ฝ่ายการเงิน คลังสินค้า และผู้ขนส่ง หากฝ่ายใดส่งข้อมูลล่าช้า ย่อมส่งผลกระทบต่อกำหนดเวลาการส่งมอบสินค้าทั้งหมด

ตัวอย่างขั้นตอนสำคัญที่ควรวางแผนก่อนสินค้าพร้อมส่งมอบ: (1) ตรวจสอบร่างเอกสารล่วงหน้า 7 วัน (T-7 days), (2) ยืนยันความพร้อมของใบอนุญาตล่วงหน้า 5 วัน (T-5 days), (3) กำหนดปิดรับตู้สินค้าล่วงหน้า 3 วัน (T-3 days), (4) ยื่นเอกสารศุลกากรฉบับสมบูรณ์ล่วงหน้า 2 วัน (T-2 days), (5) อนุมัติการชำระภาษีอากรล่วงหน้า 1 วัน (T-1 day)

  • วันสินค้าพร้อมส่งมอบ
  • ร่างเอกสารประกอบ
  • กำหนดปิดรับตู้สินค้า
  • การอนุมัติใบอนุญาต
  • การยื่นใบขนสินค้าศุลกากร
  • การชำระภาษีอากร
  • กำหนดเวลาส่งมอบสินค้า

ข้อดีของการเผื่อเวลาสำรอง (Buffer Time)

การเผื่อเวลาสำรองช่วยให้มีเวลาแก้ไขหากเอกสารไม่ถูกต้องหรือสินค้าถูกระบุให้เข้าตรวจปล่อย ข้อเสียคืออาจทำให้ระยะเวลาดำเนินการรวมดูยาวนานขึ้น แต่ช่วยให้กำหนดวันส่งมอบแก่ลูกค้าหรือแผนการผลิตมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

ข้อเสนอแนะในการเผื่อเวลาสำรอง: 1-2 วันทำการสำหรับกระบวนการด้านเอกสาร, 1 วันทำการสำหรับการชำระภาษีอากร และเพิ่มอีก 1-2 วันทำการในกรณีที่สินค้าเป็นกลุ่มที่มีอัตราความเสี่ยงในการตรวจสอบสูง

ต้องการให้ทีมช่วยดู shipment จริง? ปรึกษา LNL ฟรี

ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!

เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที

ความแตกต่างของแผนงานสำหรับการขนส่งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก

การขนส่งทางอากาศมักจะได้รับเอกสารเร็วกว่า แต่ความรวดเร็วในการผ่านพิธีการศุลกากรจะขึ้นอยู่กับปริมาณงานศุลกากรสะสมและประเภทสินค้า การขนส่งทางทะเลมีระยะเวลาการเตรียมเอกสารมากกว่า แต่มีกำหนดเวลาปิดรับเอกสารการจัดส่งสินค้า (Shipping Instruction) ที่เข้มงวดกว่า

การขนส่งทางบกผ่านด่านชายแดนมีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น เวลาทำการของด่านตรวจ ขั้นตอนการตรวจปล่อย และเอกสารประกอบการผ่านด่านที่แตกต่างจากท่าเรือขนส่งสินค้าหรือสนามบิน

วิธีจัดทำและควบคุมแผนการดำเนินงานให้บรรลุผลจริง

ควรใช้ระบบการแชร์เอกสารหรือโปรแกรมบริหารจัดการโครงการร่วมกันภายในองค์กร เช่น Google Sheets, Notion หรือเครื่องมือจัดการโครงการอื่น เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าถึงข้อมูลและกำหนดผู้รับผิดชอบหลักในแต่ละขั้นตอนได้อย่างชัดเจน

ทุกครั้งที่ขั้นตอนใดเกิดความล่าช้า ควรบันทึกสาเหตุไว้ เช่น เอกสารผิดพลาด รอใบอนุญาต หรือรออนุมัติจ่ายเงินจากฝ่ายการเงิน ข้อมูลสะสมเหล่านี้จะช่วยให้การประเมินระยะเวลาสำรองในอนาคตมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  • กรมศุลกากร (Customs Department): ระเบียบปฏิบัติและคำแนะนำการยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไร้เอกสาร (Paperless Customs System)
  • กระทรวงพาณิชย์ & กรมการค้าต่างประเทศ: ข้อกำหนดการตรวจสอบและคัดกรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form CO) และสินค้าต้องกำกัดควบคุม
In Short

แผนการดำเนินพิธีการศุลกากรควรจัดทำก่อนสินค้าพร้อมส่งมอบ โดยรวบรวมข้อมูลวันสินค้าพร้อมส่งมอบ กำหนดเวลาปิดรับตู้สินค้า การตรวจสอบร่างเอกสารนำเข้า-ส่งออก ระยะเวลาการขอใบอนุญาต การยื่นใบขนสินค้าศุลกากร การชำระภาษีอากร การตรวจปล่อยสินค้า และการขนส่งขั้นสุดท้ายไว้ในแผนเดียวกัน การแยกแผนการดำเนินงานขนส่งออกจากแผนการจัดการเอกสารมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สินค้าล่าช้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ควรเผื่อเวลาการดำเนินงานศุลกากรกี่วัน

A: ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า รูปแบบการขนส่ง และความพร้อมของเอกสาร ควรประเมินเป็นรายเส้นทางและเก็บสถิติระยะเวลาดำเนินงานจริงเพื่อนำมาปรับเวลาสำรอง โดยทั่วไปการขนส่งทางอากาศจะใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน และการขนส่งทางทะเลใช้เวลาประมาณ 3-7 วันหลังจากสินค้ามาถึงท่า

Q: ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการควบคุมแผนการดำเนินงาน

A: ควรแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านโลจิสติกส์เพียงคนเดียวในการรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายและอัปเดตแผนการดำเนินงานส่วนกลาง ไม่แนะนำให้แต่ละแผนกแยกกันดูแลแผนงานของตนเอง

Q: หากสินค้าถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรเรียกตรวจ แผนงานจะเลื่อนออกไปอีกกี่วัน

A: ขึ้นอยู่กับรูปแบบการตรวจสอบ หากเป็นการตรวจสอบทางเอกสาร (Red Line Document review) อาจใช้เวลาเพิ่มเติม 1-3 วันทำการ แต่หากเป็นการเปิดตู้ตรวจสินค้าจริง (Physical Inspection) อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น ควรแจ้งเตือนลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องทันทีเมื่อทราบสถานะการเข้าตรวจ

Q: แผนการดำเนินงานสำหรับสินค้าควบคุมที่ต้องขอใบอนุญาต มีความแตกต่างจากปกติอย่างไร

A: จำเป็นต้องรวมระยะเวลาในการยื่นขอและอนุมัติใบอนุญาต (Permit Lead Time) เข้าไปด้วย ซึ่งระเบียบของบางหน่วยงานอาจใช้เวลานานตั้งแต่ 3-15 วันทำการ จึงควรตรวจสอบระยะเวลาดำเนินการดังกล่าวอย่างรอบคอบก่อนยืนยันกำหนดการส่งมอบสินค้ากับผู้ผลิต

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจ

24/7 ONLINE
คุยไลน์
@lnl.logistics
จ-ศ 08:00-20:00
โทรหาเรา
097-057-8999