WeChat Share
LNL Logistics No Limit Co., Ltd.
กลับไปยังบล็อกทั้งหมด

พิธีการศุลกากรนำเข้าในไทยมีขั้นตอนอะไรบ้าง

เขียนโดยLOGISTICS NO LIMIT
KNOWLEDGE_HUB // ARTICLE_DELIVERY
LNL_DOCUMENT
พิธีการศุลกากรนำเข้าในไทยมีขั้นตอนอะไรบ้าง
LOGISTICS NO LIMIT

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เตรียมเอกสารก่อนสินค้าถึงไทย อย่าให้สินค้ารอเอกสาร
  • ตรวจ HS Code และใบอนุญาตก่อนยื่นใบขน เพราะพิกัดผิดกระทบภาษีและใบอนุญาต
  • วางแผนค่าใช้จ่ายปลายทาง (ภาษีอากร + ภาษีมูลค่าเพิ่ม + ค่าภาระคลังสินค้า/ท่าเรือ) ให้ครบก่อนยืนยันการจัดส่งสินค้า
  • เก็บแฟ้มเอกสารการจัดส่งสินค้าครบชุดเผื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง

พิธีการศุลกากรนำเข้าคืออะไร

พิธีการศุลกากรนำเข้า (Import Customs Clearance) คือกระบวนการทางกฎหมายที่สินค้าต่างประเทศต้องผ่านก่อนจะออกจากอารักขาของกรมศุลกากรและเข้าสู่วงจรธุรกิจในประเทศไทยได้ กระบวนการนี้ไม่ใช่แค่การยื่นเอกสาร แต่ครอบคลุมการตรวจสอบพิกัดสินค้า การประเมินมูลค่าศุลกากร การตรวจใบอนุญาต และการชำระภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ประกอบการที่ไม่เคยนำเข้ามาก่อนมักเข้าใจว่ากระบวนการจบเมื่อสินค้าถึงท่าเรือหรือสนามบิน แต่ความจริงคือ สินค้าที่ยังอยู่ในอารักขาของศุลกากรไม่สามารถนำไปใช้ขายหรือส่งต่อได้ ดังนั้นระยะเวลาและค่าใช้จ่ายของพิธีการศุลกากรจึงต้องรวมอยู่ในแผนการนำเข้าตั้งแต่ต้น

5 ขั้นตอนหลักของ Import Clearance

ขั้นตอนที่ 1 — เตรียมข้อมูลและเอกสาร: รวบรวมใบกำกับราคาสินค้า, ใบแสดงรายการบรรจุสินค้า, ใบตราส่งสินค้า หรือใบขนส่งสินค้าทางอากาศ, ใบรับรองการประกันภัย (ถ้ามี), หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า, และใบอนุญาตนำเข้าสำหรับสินค้าควบคุม ข้อมูลต้องตรงกันทุกเอกสาร ทั้งชื่อสินค้า จำนวน น้ำหนัก มูลค่า และประเทศต้นทาง

ขั้นตอนที่ 2 — ยื่นใบขนสินค้าผ่านระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์: ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากรรับข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (import declaration) แบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ยื่นต้องระบุพิกัดศุลกากร (HS Code) มูลค่าศุลกากร ปริมาณ น้ำหนัก ประเทศต้นทาง และข้อมูลผู้นำเข้า

ขั้นตอนที่ 3 — ตรวจพิกัดและมูลค่า: ระบบจะประเมินความถูกต้องและส่งใบขนเข้าช่องทางการตรวจปล่อย ระบบอาจเลือกปล่อยอัตโนมัติ หรือส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร หรือตรวจสินค้าจริง ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ระบบประเมิน

ขั้นตอนที่ 4 — ชำระภาษีอากรและ VAT: เมื่อผ่านการตรวจ ผู้นำเข้าต้องชำระอากรขาเข้าตามอัตราพิกัด บวก VAT 7% จากมูลค่า CIF + อากร สินค้าบางประเภทอาจมีภาษีสรรพสามิตหรือภาษีพิเศษเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจปล่อยสินค้า: หลังชำระภาษีครบและเอกสารผ่านการตรวจ สินค้าจะได้รับการตรวจปล่อย และสามารถขนออกจากท่าเรือหรือสนามบินไปยังคลังสินค้าหรือจุดหมายได้

  • เตรียมเอกสารครบก่อนสินค้าถึง
  • ยื่น Import Declaration ผ่านระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์
  • ตรวจพิกัด HS Code และมูลค่า
  • ชำระอากร + VAT
  • ตรวจปล่อยสินค้าออกจากอารักขา
ต้องการให้ทีมช่วยดูการจัดส่งสินค้าจริง? ปรึกษา LNL ฟรี

ไม่อยากยุ่งยาก? เลือกใช้บริการกับ บริษัท โลจิสติกส์ไร้ขีด จำกัด สิ!

เราคือผู้นำบริการนำเข้า-ส่งออกข้ามแดนและพิธีการศุลกากรครบวงจร จัดการเอกสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที

ปัจจัยที่กำหนดระยะเวลา Clearance

ไม่มีเวลาตายตัวว่าพิธีการศุลกากรใช้เวลากี่วัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยพร้อมกัน: ความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสาร, ประเภทสินค้า (สินค้าทั่วไปกับสินค้าควบคุม), ช่องทางตรวจปล่อย (ช่องเขียว / ช่องเหลือง / ช่องแดง), ความพร้อมของใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่น เช่น อย. กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร และปริมาณงานของสถานีศุลกากร

จากประสบการณ์ทำงาน การจัดส่งสินค้าที่เอกสารครบ HS Code ถูก ไม่มีสินค้าควบคุม และได้ช่องเขียว มักผ่านพิธีการศุลกากรได้ภายใน 1-2 วันทำการ แต่การจัดส่งสินค้าที่มีสินค้าต้องตรวจสอบหรือใบอนุญาตไม่พร้อมอาจใช้เวลา 5-15 วันหรือมากกว่า พร้อมค่าจัดเก็บสินค้าเพิ่มทุกวัน

ค่าใช้จ่ายปลายทางที่ต้องวางแผน

ผู้นำเข้าที่มือใหม่มักประเมินต้นทุนต่ำกว่าจริง เพราะลืมรวมค่าใช้จ่ายปลายทาง ค่าใช้จ่ายที่ต้องคิดไว้ ได้แก่: อากรขาเข้า (ตามพิกัดสินค้า ตั้งแต่ 0% จนถึงมากกว่า 30%), VAT 7% คำนวณจาก CIF + อากร, ค่าจัดเก็บและยกขนสินค้า ท่าเรือหรือสนามบิน, ค่าตัวแทนออกของศุลกากร หรือตัวแทนออกของ, ค่าเก็บสินค้า หากสินค้ารอพิธีการศุลกากรนาน และค่าตรวจสินค้าหากติดช่องแดง

การทำการคำนวณต้นทุนสินค้าถึงคลังล่วงหน้าและรวมค่าใช้จ่ายปลายทางทั้งหมดจะช่วยให้ทีมขายและจัดซื้อตั้งราคาและเลือกผู้ขายได้ถูกต้องกว่า

ข้อดีและข้อเสียของการทำพิธีการเองและใช้ Custom Broker

ทำเอง (ทีมงานภายใน): ข้อดีคือควบคุมข้อมูล เข้าใจต้นทุนจริง และสร้างความสามารถในบริษัทได้ ข้อเสียคือต้องใช้เวลาเรียนรู้ อาจพลาดเรื่องพิกัด ใบอนุญาต หรือรายละเอียดเฉพาะสินค้า ซึ่งเสี่ยงกับการจัดส่งสินค้าสำคัญ

ใช้ Custom Broker: ข้อดีคือลดความเสี่ยงผิดพลาด ได้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจและประสานงาน เหมาะกับการจัดส่งสินค้าใหม่หรือสินค้าควบคุม ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่าย และหากให้ข้อมูลไม่ครบ ตัวแทนออกของก็ยื่นข้อมูลไม่ถูกต้องได้เช่นกัน

แนวทางที่ได้ผลดีสำหรับหลายธุรกิจคือ แบบผสมผสาน: ใช้ตัวแทนออกของยื่นและตรวจ แต่ทีมในบริษัทเป็นเจ้าของข้อมูลสินค้าและตรวจสอบร่วมกัน

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการจัดส่งสินค้าออกเดินทาง

การเตรียมก่อนสินค้าออกเดินทางช่วยลดความเสี่ยงที่ปลายทางได้มากกว่าการแก้หน้างาน รายการที่ควรเช็กล่วงหน้า ได้แก่: ตรวจ HS Code สินค้าจากฐานข้อมูลกรมศุลกากร, ตรวจว่าสินค้าต้องมีใบอนุญาตหรือมาตรฐานพิเศษหรือไม่, ขอเอกสาร CO หรือใบรับรองสิทธิการค้าเสรี หากต้องการใช้สิทธิลดอากร, ตรวจใบกำกับราคาสินค้าว่าตรงกับใบแสดงรายการบรรจุสินค้าและใบยืนยันการจองขนส่ง, และประสานงานตัวแทนออกของหรือผู้รับจัดการขนส่งสินค้าเรื่องใบแจ้งสินค้าเข้าและกำหนดปิดรับการส่งเอกสาร

  • ตรวจ HS Code ล่วงหน้า
  • เช็กใบอนุญาตหรือมาตรฐานที่ต้องการ
  • เตรียม CO / ใบรับรองสิทธิการค้าเสรี
  • ตรวจใบกำกับราคาสินค้าตรงกับใบแสดงรายการบรรจุสินค้า
  • ประสานตัวแทนออกของก่อนสินค้าถึง

หน่วยงานอ้างอิงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  • กรมศุลกากร (Customs Department): ระเบียบปฏิบัติและคำแนะนำการยื่นใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไร้เอกสาร (Paperless Customs System)
  • กระทรวงพาณิชย์ & กรมการค้าต่างประเทศ: ข้อกำหนดการตรวจสอบและคัดกรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form CO) และสินค้าต้องกำกัดควบคุม
In Short

พิธีการศุลกากรนำเข้าเริ่มจากเตรียมข้อมูลสินค้าและเอกสาร ยื่นใบขนสินค้าผ่านระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจพิกัด มูลค่า ใบอนุญาต ชำระภาษีอากร และรอผลตรวจปล่อย การทำให้ข้อมูลใบกำกับราคาสินค้า, ใบแสดงรายการบรรจุสินค้า, HS Code และใบอนุญาตตรงกันตั้งแต่ต้นช่วยลดโอกาสสินค้าล่าช้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: พิธีการศุลกากรนำเข้าใช้เวลากี่วัน

A: ไม่มีเวลาตายตัว ขึ้นกับความถูกต้องของเอกสาร ประเภทสินค้า ช่องทางตรวจปล่อย (ช่องเขียว/ช่องเหลือง/ช่องแดง) และความพร้อมของใบอนุญาต การจัดส่งสินค้าที่เอกสารครบและได้ช่องเขียวมักผ่านได้ใน 1-2 วันทำการ แต่สินค้าควบคุมหรือเอกสารไม่ครบอาจใช้เวลา 5-15 วันหรือนานกว่านั้น

Q: สินค้าถึงแล้วค่อยเตรียมเอกสารได้ไหม

A: ทำได้แต่เสี่ยงสูง เพราะสินค้าที่อยู่ในอารักขาศุลกากรมีค่าจัดเก็บสินค้าเพิ่มทุกวัน รวมถึงค่าเสียเวลาตู้สินค้าจากสายเรือ ควรเตรียมและตรวจร่างเอกสารก่อนสินค้าถึง และส่งข้อมูลให้ตัวแทนออกของก่อนถึงอย่างน้อย 2-3 วันทำการ

Q: HS Code ผิดกระทบอะไรบ้าง

A: HS Code ผิดกระทบอัตราภาษีที่ชำระ สิทธิ FTA ที่ใช้ได้ ใบอนุญาตที่ต้องใช้ และอาจถูกตรวจสอบย้อนหลัง ถ้าพิกัดผิดทำให้ชำระภาษีน้อยกว่าจริง อาจต้องชำระส่วนต่างพร้อมเบี้ยปรับ

Q: ค่าใช้จ่ายปลายทางนำเข้าประกอบด้วยอะไรบ้าง

A: ค่าใช้จ่ายปลายทางหลักได้แก่: อากรขาเข้าตามพิกัด, VAT 7% (คำนวณจาก CIF + อากร), ค่าจัดเก็บและยกขนสินค้า ท่าเรือ/สนามบิน, ค่าตัวแทนออกของ, ค่าจัดเก็บสินค้าถ้ามี และค่าตรวจสินค้าถ้าติดช่องแดง

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจ

24/7 ONLINE
คุยไลน์
@lnl.logistics
จ-ศ 08:00-20:00
โทรหาเรา
097-057-8999